:: Touching :: Chapter 2
Akanishi J. vs Kazuya K.
By : shotime
พี่อยากให้จินดูแลน้อง ทักกี้พูดขึ้นกลางวงอาหารค่ำ คาเมะที่กำลังจะก้าวออกมาจากประตูห้องครัวหยุดชะงัก
ดูเหมือนคนที่เป็นฝ่ายถูกขอร้องก็ฝืนไม่แพ้กัน
ช้อนที่กำลังจะตักอาหารถูกวางลงกับจาน หน้าตายังดูเรียบเฉยไม่แสดงอาการอะไร
ถึงกระนั้นทักกี้ก็รู้ได้ว่าจินจะปฏิเสธ
อิ่มแล้วครับ ร่างสูงกล่าวออกมาเหมือนไม่ได้ยินประโยคที่พี่ชายบอก และทำท่าจะลุกขึ้น
จิน พี่ขอร้อง น้ำเสียงอ่อนลงผิดปกติ ไม่เข้าใจ ทำไมทักกี้ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนคนอื่น
เป็นห่วงจนออกนอกหน้า ร่างสูงเห็นแบบนี้ก็ยิ่งหมั่นไส้คาเมะเข้าไปใหญ่
ทำไมเฮียต้องเป็นห่วง หมอนั่นก็ดูแลตัวเองได้ ชักสีหน้าไม่พอใจตามอารมณ์ที่มี
จินพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้ แต่มันคงไม่เป็นผลสักเท่าไร
คาเมะที่แอบฟังอยู่หลังประตูครัว กำผ้ากันเปื้อนแน่น ก้มหน้ากัดปากตัวเองอย่างลืมตัว
ได้ยินทั้งหมด เรื่องที่ทั้งสองคนคุยกัน รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าอก เมื่อได้ยินคำพูดเย็นชาออกมาจากปากจิน
คาซึยะก็เป็นลูกคุณพ่อ คนเป็นพี่ใหญ่พูดหน้าตาจริงจัง
ไม่ใช่!!! เส้นอารมณ์สุดท้ายขาดลง เมื่อได้ยินประโยคนั้น จินตะคอกใส่ไม่ยั้ง ลูกคนนึงหรอ? เค้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
ไม่ไหวแล้ว... ร่างเล็กกลั้นลมหายใจอัตโนมัติ รู้สึกถึงแรงสั่นจากมือที่บีบเข้าหากัน
ขอบตาร้อนผ่าว ภาพปลายเท้าของตัวเองที่กำลังมองเริ่มพร่าเลือน คาเมะกำลังกลั้นน้ำตา
เฮีย... เค้าเป็นลูกคุณพ่อจริงรึเปล่าเรายังไม่รู้เลย จินถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงรักษาระดับความดัง เหมือนกำลังขอความเห็นใจจากพี่ชาย ไม่อยากจะยุ่งเรื่องของคนคนนี้
อยากจะพูดรื้อฟื้นออกไปนัก ว่าเพราะใครที่ทำให้แม่เค้าต้องหลับไม่ได้สติจนถึงบัดนี้
ถึงตัวต้นเหตุจะตายจากโลกใบนี้ไปแล้วก็ตาม ตั้งแต่ที่คาเมะมาอยู่ที่นี่ เค้าก็อึดอัดที่จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
ร่างเล็กที่กำลังกลั้นเสียงสะอื้นออกมาจนสุดความสามารถ ซึ่งตอนนี้ได้หมดความพยายามลงเสียแล้ว
คาเมะคิดได้เพียงอย่างเดียว ว่าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ คนที่ตัวเองแอบรัก พูดขนาดนี้ เป็นใครใครจะทนไหว
ความคิดไม่เร็วเท่าร่างกาย เท้าทั้งสองข้างวิ่งออกมาจากหลังประตู จนลืมไปว่ายังมีอีกสองชีวิตที่กำลังถกเถียงกันเพราะเรื่องของเค้า
ร่างบางหยุดชะงักเมื่อได้ออกไปเผชิญกับความเจ็บปวด จินมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคาเมะ
ไม่คิดที่จะพูดให้ได้ยิน เค้าเองก็ปวดใจไม่แพ้กัน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีความยุติธรรมแล้วจะโทษใครได้
คือ ผม กำลังจะกลับ ร่างเล็กก้มหน้าทำเสียงฟุดฟิดในจมูก ทักกี้ดูแว๊บเดียวก็รู้ ว่าคาเมะรู้เรื่องที่พูดกันทั้งหมด แล้วตอนนี้ก็...กำลังร้องไห้
มือหนากำลังจะเอื้อมไปยังกลุ่มผมนุ่มของน้องชายคนเล็กเพื่อปลอบประโลม แต่คาเมะก็ได้แต่กล่าวคำขอโทษแล้ววิ่งออกไปโดยเร็ว ไม่อยากให้จินเห็นความน่าสมเพชของตัวเอง ทักกี้เห็นแบบนั้นก็ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
พรุ่งนี้เค้าก็จะไปแล้ว คนทางนี้จะอยู่กันยังไงล่ะ
เปิดใจบ้างจิน พูดเสร็จก็พาร่างตัวเองตามคาเมะออกไป
จินถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้ง เปิดใจอย่างนั้นหรอ หึ! ทำได้ง่ายอย่างนั้นเมื่อไร
ก๊อก ก๊อก ... คาซึยะ ทักกี้เคาะประตูบ้านเล็กพรางเรียกชื่อคนขี้น้อยใจ
หันหน้าเอาหูข้างหนึ่งแนบไปกับประตู ...เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ คงร้องไห้อยู่ละมั้ง
มือใหญ่ที่กำลูกบิด บิดมันออกเบาๆ ค่อยๆเปิดประตูออกอย่างช้าๆ เมื่อเห็นด้านในไม่มีแสงไฟ
แสงสว่างจากสวนหย่อมภายในบริเวณบ้านสาดส่องเข้ามาทีละนิดตามช่องของประตูที่ตอนนี้กำลังขยายเนื้อที่มากขึ้น มากขึ้น ทำให้เห็นร่างเล็กๆนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีผ้าห่มคลุมปิดทั้งตัว
ทักกี้เปิดประตูทิ้งไว้เพื่อให้พอมีแสงสว่างได้เข้ามาบ้าง ทิ้งร่างของตัวเองบนเตียง
ชะโงกหน้าเข้าไปหาแต่ก็มองไม่เห็นใบหน้าของน้องชายสักที จะเห็นได้ยังไง ผ้าห่มคลุมปิดซะขนาดนั้น
คาซึย้า~ จ๊ะ ทำเสียงกระเซ้าแหย่ขี้เล่น นึกขำตัวเอง ทำอะไรไม่เหมาะกับอายุเอาเสียเลย
.............
คาซึจังจ๋า พอเถอะทักกี้ ปัญญาอ่อนขึ้นทุกที (บอกกับตัวเอง)
ฮึก ... ฮืออออออออ คาเมะสะอื้นออกมาเสียงดังใต้ผ้าห่ม ร่างน้อยๆสั่นไปทั้งตัว แค่รู้ว่ามีคนมาปลอบ
อารมณ์เสียใจก็พุ่งพล่านขึ้น ทักกี้ทำหน้าเหยเก นี่ไม่น่าเล่นปัญญาอ่อนเลย ดูสิร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว
ร่างสูงสวมกอดผู้เป็นน้องชายต่างมารดาหลวมๆ ร่างเล็กที่อยู่ใต้ผ้าห่มคงจะรู้ตัว คาเมะหยุดเสียงสะอื้นเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาไม่ยั้ง ไม่มีใครกอดเค้ามานานเท่าไรกันนะ
ทักกี้ค่อยๆเปิดผ้าห่มออกให้พ้นจากหัวคาเมะ เห็นร่างเล็กนอนตะแคงหันหลังให้เค้าอยู่
ดวงตาเรียวสวยปิดแน่นแต่กลับมีน้ำตาออกมามากมาย ร่างสูงกอดกระชับคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น
คางแหลมแนบลงกับขมับร้อน ร่างกายแนบชิดทำให้รับรู้ถึงแรงสะอื้น
ทักกี้จำได้ว่าเค้าก็เคยกอดปลอบจินแบบนี้ แต่มันคงนานเกินไป จนเค้าเองก็ลืมไปแล้วว่าควรทำอย่างไรต่อ
แหม ก็ไม่คิดว่าจะมีน้องโผล่ออกมาให้ดูแลอย่างนี้เมื่อไร นึกดีใจนิดๆที่ตัวเองได้ทำหน้าที่พี่ชายอีกครั้ง
หลังจากที่ห่างเหินการกระทำแบบนี้มานาน ก็ดูจินตอนนี้สิ... เฮ้ออ คิดถึงหน้าจินตอนนี้แล้วมันต่ออารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย
ผมไม่ใช่ลูกคุณพ่อหรอฮะ เสียงอู้อี้ของคาเมะดังขึ้น ทักกี้ส่ายหัวตอบ ร่างเล็กจึงพลิกตัวกลับมามองเต็มๆตา
ก็จินพูดแบบนั้น คาเมะหยุดร้องตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ทักกี้แอบเข้าข้างตัวเอง ว่าเป็นเพราะอ้อมกอดของเค้าแน่เลย
จินมันสติฟั่นเฟือน มือใหญ่ลูบผมเปียกชื้นเหงื่อที่หน้าผากคาเมะ เสยมันขึ้นไปอยู่ด้านบน ร่างเล็กหัวเราะน้อยๆกับคำพูดนั้น
จินไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อย ทักกี้ยิ้มอ่อนโยน ...รักจินมันล่ะสิ
คาซึยะ ไม่โกรธจินแล้วใช่มั๊ย? ร่างสูงถามน้องชายเสียงแผ่ว คาเมะส่ายหน้าเร็วๆ ไม่เคยคิดโกรธจินสักครั้ง
น่ารักแบบนี้เดี๋ยวก็เอาไปอยู่ด้วยกันซะเลย พูดจบคาเมะก็หน้าเศร้าลงทันที ทำไม ทั้งๆที่เริ่มจะมีคนรักเค้าแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องเสียไป ทักกี้มองหน้าเหมือนจะเดาความคิดออก
อยู่กับจินมันนะ
เดี๋ยวมันก็รัก คาเมะเงยหน้าขึ้นสบตา รักอย่างนั้นหรอ หัวใจน้อยๆเริ่มผองตัวอีกครั้ง
เมื่อได้ยินน้ำเสียงมั่นใจของทักกี้ ร่างเล็กเผลอกอดพี่ชายแน่น ซึ่งเค้าก็กอดตอบกลับมาเช่นกัน
เนิ่นนานจนคาเมะหลับไป ร่างสูงจึงยอมคลายอ้อมกอด เดินออกมาอย่างเงียบๆ
ทักกี้กลับเข้าไปในบ้านใหญ่ ขึ้นไปที่ชั้นสองตรงไปยังห้องของจิน
เค้าต้องพูดอะไรกับจินสักอย่าง ก่อนที่จะไป
ร่างสูงยกมือเคาะที่ประตูเบาๆ สักพักประตูก็เปิดออกปรากฏร่างของเจ้าของห้อง
จินเบือนหน้าหนีก่อนที่จะผลักประตูให้ปิดดังเดิม แต่ทักกี้ก็รังเอาไว้ แล้วจึงผลักสวนเข้าไปแรงๆ
เดินเข้าไปภายในห้องทำสีหน้าจริงจัง แล้วประตูใหญ่ก็ปิดลงอีกครั้ง
โดนสวดยับทั้งคืนแน่ จินเอ๋ย
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
โช!! เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าต้องเป็นทางขวา ยามะพีทำเสียงจิ๊ดจั๊ด ลุกขึ้นยืนเอนตัวไปด้านกระจกหน้ารถ ทำท่าเหมือนจะขับเอง มือเกาะเก้าอี้คนขับไว้แน่น ศีรษะโยกไปมาตามแรงเคลื่อนที่ของรถ ซึ่งบ่งบอกสภาพถนนเป็นอย่างดี
แต่เมื่อกี้คุณพีชี้ไปทางซ้ายนี่ครับ!! หันมาเถียงกลับ โมโหไม่แพ้กัน ไม่ยอมหรอก มีอย่างที่ไหน ปากบอกทางขวา แต่นิ้วกลับชี้ไปทางซ้าย แถมยังชี้ย้ำๆด้วยนะ เห็นอย่างนี้ก็ต้องขับตามมือน่ะสิ
คำพูดต้องสำคัญกว่าสิเอ๊ะ โชหนิ! สะบัดสะบิ้งกลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองมีอยู่เต็มๆ ผลิกวิกฤตเป็นโอกาสว่างั้น โชเถียงในใจ
เป็นแบบนี้ทุกที พี่เลี้ยงกับคุณหนูคู่นี้ มีเรื่องทะเลาะกันไม่เว้นแต่ล่ะวัน
วันนี้ก็ด้วย จะอะไรอีกล่ะ อาสามาส่งเพื่อนรักถึงที่บ้าน โชรึก็นึกว่าจะรู้ทาง ขาไปไม่เท่าไรเพราะมีเจ้าของบ้านนำ แต่ไอ้ขากลับเนี่ยสิ ไม่รู้เผลอไปเลี้ยวผิดโค้งไหน ชี้กันไปนำกันมา เข้าป่าลิบๆแล้วนั่น
คุณพี นั่งดีๆสิครับ ปล่อยมือที่กำลังจับพวงมาลัยแล้วหันไปจับหัวทองๆที่โงนไปเงนมา
ดันให้ไปนั่งหลังคนขับนิ่งๆเหมือนเดิม
แต่มีเรอะที่ยามะพีจะยอม ดันหัวตัวเองสู้กับมือใหญ่ มือเล็กๆก็พยายามคว้าพวงมาลัยที่ตอนนี้ไม่มีคนบังคับมาจับไว้ซะเอง ด้วยเหตุผลที่ตนเองคิดว่ามันไม่ปรอดภัย (แล้วที่ทำกันอยู่นี่ปรอดภัยแล้วหรอ? by : คนแต่ง)
โชเลิกบังคับยามะพี บังคับต่อไปก็ป่วยการ แล้วหันมาปัดมือเล็กออกจากพวงมาลัย
เฮ้ยยยโช!!!!! ยามะพีร้องเสียงดัง ปล่อยมืออกจากพวงมาลัยสมใจโช มือเล็กชี้ไปที่ข้างหน้าแทน
โชหันไปตามนิ้ว เสี้ยววินาทีที่เห็นคือแสงสว่างของไฟรถ แสบตาไปหมด แล้วมันก็....ใกล้มากด้วย!
ฮึ่ยย!!~ โช หักพวงมาลัยตามสัญชาติญาณ รถแวนคันใหญ่เสียหลักตามทิศทาง พุ่งชนต้นไม้อย่างจัง โชคดีที่ไม่ได้เหยียบคันเร่งเอาไว้ ไม่อย่างนั้นแถบด้านคนขับคงเละไม่เหลือ
แรงเบรกกระทันหัน ทำให้ทั้งสองร่างที่อยู่ในรถกระชากตัวอย่างแรง โชยังเบาหน่อยเพราะคาดเข็มขันนิรภัย
แต่อีกคนเนี่ยสิ ....
ปี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!! ศีรษะของยามะพีชนแตรรถตัวเองอย่างจัง
ก่อนที่แรงชนจะกระชากตัวกลับไปนั่งยังเบาะด้านหลัง โชกลับตัวหันไปมองยามะพีอย่างเร็ว
ร่างเล็กยกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเอง ส่ายหัวเพื่อไล่ความมึน สัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นที่ไหลมาติดมือ
เมื่อลดระดับมือลงมาดูว่ามันคืออะไร โชถึงกับตาโตทันที
1
2
3
.
อ๊ากกกกกกกกกกกกก! ยามะพีแหกปากดังลั่นเมื่อเห็นว่ามันคือเลือด เลือดที่ไหลมาจากหน้าผากของตัวเอง
แค่ได้ยินเสียงก็เจ็บแทนแล้ว โชรีบปลดเข็มขัดนิรภัยกระโดดมายังเบาะหลังทันที ตายละวา พาลูกท่านหลานเธอมาหัวล้างข้างแตกแบบนี้ แล้วจะมีหน้ากลับไปรับกรรมได้ยังไง
เห? โชดึงมือยามะพีที่กำลังกุมบาดแผลเอาไว้ออก เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แผลติ๊ดเดียวนี่หว่า ทำเป็นร้องเสียงดังไปได้ ถอนหายใจแบบคนหมดปัญญา เพราะยามะพียังร้องไห้อยู่แบบนั้น ไม้ได้ทันเห็นแผลตัวเองเล๊ย~
ตุ๊บๆ! เฮ้ยคุณ เป็นอะไรมากรึเปล่า? ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตคล้ายๆยูนิฟอร์ม รูปร่างค่อนข้างเล็ก แอนมาทางเตี้ยหน่อยๆกำลังตบกระจกรถแวน สีหน้าตื่นตระหนกในระดับหนึ่ง โชเปิดประตูออกไป ส่ายหัวไปมาเป็นเชิงตอบ แต่กลับตีสีหน้าครึม มองไปยังกระโปรงรถด้านหน้า ซึ่งตอนนี้มีชายหนุ่มอีกคนยืนเท้าสะเอวมองสภาพรถ เหมือนจะประเมินความเสียหาย
คงจะเป็นเจ้าของรถคันนั้นสินะ
ถอนหายใจแรงๆ เมื่อได้ยินเสียงยามะพีร้องแว่วๆ ก่อนที่จะเดินตามไปดู
จะว่าฝ่ายนู้นเค้าก็ไม่ได้ ในเมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นฝ่ายเราเองที่ผิดเต็มๆ
นี่คุณเป็นคนขับใช่ไหม? ยังไม่ทันที่โชจะพูดอะไร ชายหนุ่มก็ซักออกมาเสร็จสับ
น้ำเสียงที่ออกจะติดเหยียดนิดๆทำให้โชไม่ค่อยพอใจ แต่ก็อย่างว่าจะพูดอะไรได้
ท่องเข้าไว้ซากุไร เรามันผิดเต็มๆ!!
ผมชื่อนากามารุ ยูอิจิ ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเอ่ยขึ้นก่อนที่มือจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
แล้วหยิบเชคเงินสดออกมาเซนต์ชื่อ ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน
กระดาษใบบางถูกยื่นออกมาที่หน้านิ่งเรียบของโช แล้วมันก็สะบัดหนักขึ้นเมื่อเห็นว่าร่าสูงไม่ยอมรับเอาไปสักที
เอาไปสิ จะเขียนจำนวนเงินลงไปเท่าไรก็ได้ พูดอย่างรำคาญใจ เมื่อเห็นท่าทีที่หยิ่งยโสของคนตรงหน้า
ที่กำลังจ้องมองมาตาไม่กระพริบ
มือหนาของโชยื่นไปหยิบเชคในมือของยูอิจิ
หึ คุณคิดว่าตัวเองมีเงินคนเดียวงั้นหรอ? เชคในมือถูกขยำจนยับเยิน แต่ทว่ายังคงควบคุมเสียงให้เป็นปกติ ไม่อยากมีเรื่อง เป็นห่วงก็แต่คุณหนูยามะพีที่ร้องโวยวายไม่หยุดนั่นแหละ
ร่างสูงเดินเลี่ยงไปดูสภาพรถตัวเอง ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรไปให้ที่บ้านของคุณหนูให้ส่งรถออกมารับ จะได้พากลับบ้านสักที นี่ก็ค่ำมากแล้ว
นี่นาย ขับรถภาษาอะไรไม่เห็นกันรึไง!! ร่างเล็กๆกระโดดออกมาจากรถแวน เดินดุ่มๆมาชี้หน้ายูอิจิที่กำลังยืนกอดอก อย่างวางมาด
อะไรของเธอ ยืนกอดอกถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพเด็กที่อยู่ตรงหน้า อยากจะถามกลับไปนักว่าหน้าหล่อๆอย่างเค้าเนี่ยเหมือนคนขับรถมากนักหรอ
นี่ลุงคนขับ ทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนแล้วยังมาใช้เงินฟาดหัวกันอีก ไม่ดูแย่ไปหน่อยหรอ!! ยามาพีเอานิ้วจิ้มๆลงไปที่แผลตัวเอง แยกเคี้ยวใส่เมื่อเห็นว่ายูอิจิไม่ได้สนใจแผลเค้าเลยสักนิด ก็แหงล่ะ เล็กนิดเดียวแทบมองไม่เห็น
ตาลุงบ้า!! แหงะๆ
เฮ้ยยยยยยยยยยยย!! ยูอิจิตาโตทันทีเมื่อร่างเล็กๆพุ่งเข้ามากัดที่ข้อมือของเค้า นิโนะที่มองดูเหตุการอยู่นานก็รีบวิ่งเข้ามายื้อข้อมือยูอิจิให้ออกจากเคี้ยวแหลมๆนั่น
ปล่อยเค้าเถอะคุณหนู! โชที่รีบวิ่งมาจากตอนหน้าของรถพยายามดึงหัวยามะพีออกแต่มันดูไม่เป็นผมสักเท่าไร
โอ้ยย!! ร่างเล็กจมเคี้ยวหนักขึ้นจนรู้สึกถึงรสเค็มปร่าของเลือด โชเห็นทีจะไม่ได้การออกแรงดึงยามะพีออกมาจนสำเร็จ แต่ก็ต้องล็อคตัวเอาไว้ก่อนเมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆนั่นเตรียมพร้อมที่จะงับยกสอง
เด็กบ้าอะไรเนี่ย! ยูอิจิจับข้อมือตัวเองปอยๆมองหน้าหวานๆนั่นสลับกับหน้าของโช
อะไรกัน หน้าตาก็น่ารักดี แต่ดุยังกะลูกเสือ
ขอโทษจริงๆครับ ร่างสูงก้มหัวขอโทษเป็นการให้เหมือนเห็นคุณหนูของตัวเองทำเกินไปจริงๆ มีอย่างที่ไหน เราเป็นฝ่ายขับรถไม่ระวังเอง แล้วยังไปกัดเค้าจนเลือดออกอีก จะโดนฟ้องไหมเนี่ย (- -)
ยูอิจิทำหน้าดุใส่ยามะพีที่ตอนนี้ยังแยกเคี้ยวไม่หยุด ก่อนที่จะเดินกุมข้อมือตัวเองขึ้นรถไปอย่างหัวเสีย
เห็นว่าเป็นเด็กหรอกนะถึงไม่เอาเรื่อง ดุแบบนี้เดี๋ยวจับมาทำให้เชื่องซะเลย!
ขอโทษอีกครั้งนะครับ โชก้มหัวให้นิโนะอีกที ฝ่ายนู้นก็ก้มหัวกลับมาเป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไร (?)
แล้วจึงเดินขึ้นรถตามยูอิจิไป
ยามะพีจ้องรถคันหรูเคลื่อนที่ออกไปไม่วางตา โชคงคิดถูกที่ยังจับเจ้าตัวเล็กนี้ไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้วิ่งไล่ตามรถคันนั้นไปแล้ว
เด็กอะไรบ้าชะมัด! ยูอิจิมองแผลตัวเองที่ข้อมือ เห็นเลือดไหลซิบออกมาจากรอยเคี้ยวเล็กๆ
นิโนะมองเจ้านายตัวเองด้วยกระจกหลัง แอบหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าของยูอิจิตอนโดนเจ้าตัวเล็กกัด
แล้วก็ต้องตีหน้านิ่งเมื่อเห็นยูอิจิส่งสายตาดุๆกลับมา ชิ้ง~
รถสีเข้มคันหรูลดความเร็วลง เลี้ยวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ที่ดูเหมือนจะเปิดประตูต้อนรับเอาไว้อยู่แล้ว
ต้นสนสูงใหญ่ที่คุ้นเคยเมื่อเข้ามาที่บ้านหลังนี้ผ่านไปต้นแล้วต้นเล่า ทำให้หัวสมองของยูอิจิที่กำลังคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปสดๆร้อนๆหยุดลง
ชายหนุ่มก้าวขาลงจากรถ มองเห็นเจ้าของบ้านที่ยืนรอต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกจะกวนหน่อยๆ
เป็นอะไรว่ะยู หน้าอย่างกับไปฟัดกับหมามา เจ้าของบ้านเอ่ยถามขำๆเมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของเพื่อน ต้องเกิดเรื่องอะไรแหงๆ
เออดิ คำตอบดูเหมือนจะทำให้เจ้าของบ้านหัวราะชอบใจ เดินกอดคอเพื่อนเข้าไปข้างในด้วยท่าทีที่สนิทสนม
บ้านเพื่อนรัก อาคานิชิ...
To be conฯ